เล่น "เฟสบุ๊ก" อย่างไรให้มีความสุข



ทุกวันนี้ ความฮอตของกระแส Social Network ชื่อดังอย่าง "เฟสบุ๊ก" ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตใครหลายคนที่หลงใหล และใช้เป็นพื้นที่ในการสื่อสาร รายงานชีวิตประจำวัน รวมไปถึงอัพโหลดรูปภาพต่าง ๆ ทั้งที่เที่ยว ที่กิน หรีออื่น ๆ จนเกิดเป็นกระแสการใช้ชีวิตเพื่อนำมาอวดในเฟสบุ๊กกันมากขึ้น

ทำให้ผู้เล่นบางท่าน เมื่อเห็นภาพชีวิตที่แสนจะเพอร์เฟ็กต์ทั้งจากสเตตัส และภาพเที่ยวโน่น กินนี่ของเพื่อน ๆ ที่นำมาแปะลงบนหน้าวอลล์ เป็นไปได้ที่จะนำเอาภาพชีวิตที่ดูน่าอิจฉาของเพื่อนเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกันอยู่ในใจ ซึ่งบางคนอาจนำกลับมาคิดมากจนปริมาณความสุขที่อยู่ในตัวลดน้อยลงได้

ดังนั้น เพื่อให้ทุกบ้านเข้าเล่นเฟสบุ๊กอย่างสนุก และมีความสุขมากขึ้น ทีมงาน Life & Family มีแง่คิดดี ๆ จากทัศนะของผู้ใหญ่ในกระทรวงวัฒนธรรม ตลอดจนนักวิชาการ และคนทำงานด้านเด็กและครอบครัวมาฝากกัน

เริ่มจาก คุณลัดดา ตั้งสุภาชัย ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) อยากให้บางท่านมองว่า ในโลกออนไลน์มีทั้งซีกสว่าง และซีกมืด มีทั้งคนอยากโชว์ อยากอวด และคนที่พยายามสื่อสารแต่เรื่องราวดี ๆ ดังนั้นค่อย ๆ เรียนรู้ และเลือกมองในสิ่งที่ดีมากกว่าไปเปรียบเทียบตัวเราเองกับชีวิตคนอื่น เพราะจะทำให้เป็นทุกข์ และเล่นอย่างไม่มีความสุข

"พี่มองว่า เฟสบุ๊กก็เป็นแค่เพียงฉากหนึ่งฉากของวิถีชีวิตคน ๆ นั้นที่ถูกเลือกนำเสนอในด้านดี แต่ยังมีอีกหลายมิติที่เขาไม่ได้นำเสนอ ซึ่งบางเรื่องอาจจะเป็นชีวิตปลอม ๆ ที่สร้างขึ้นมาก็ได้ ที่สำคัญ ผู้ใช้ต้องหนักแน่น และมีภูมิคุ้มกันที่ดี ไม่ใช่เอามาคิดมากจนทำร้ายตัวเอง ซึ่งถ้ามันไม่ใช่ก็เขยิบออกมาจะดีกว่า อย่าไปยุ่งกับเขาเลย" ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรมให้แง่คิด

ด้าน ดร.ฟิลลิป คุก ผู้อำนวยการบริหารสถาบันระหว่างประเทศเพื่อสิทธิ และการพัฒนาเด็กประเทศแคนนาดา บอกว่า เฟสบุ๊กเป็นแค่เครื่องมืออย่างหนึ่งที่ใครจะโพสต์อะไรก็ได้ ซึ่งจริงหรือเท็จไม่สามารถบอกได้ ดังนั้นความสุขที่แท้จริงอยู่ในตัวเรา อย่าเอาชีวิตเราไปเปรียบเทียบกับชีวิตคนอื่น เพราะจะทำให้เกิดความเครียดโดยเปล่าประโยชน์

คล้ายกันกับแง่คิดของ อ.อิทธิพล ปรีติประสงค์ นักวิจัยสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ที่บอกว่า เฟสบุ๊กเป็นพื้นที่สาธารณะ และเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนเรามองเห็นสังคมว่าเป็นอย่างไร แต่ไม่ควรไปเชื่อทั้งหมดว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งบางเรื่องอาจจะจริงหรือเท็จก็ได้

"คนเล่นต้องรู้จักเคารพตัวเองให้เป็น การไปมองชีวิตคนอื่น และนำมาเปรียบเทียบกับตัวเราจะยิ่งทำให้ทุกข์เปล่า ๆ แต่ควรทำความเข้าใจเสียใหม่ว่า ทุกคนก็มีทั้งด้านชีวิตที่ดี และไม่ดี ดังนั้นอย่าตกเป็นเครื่องมือของเฟสบุ๊ก และใช้มันทำร้ายคนอื่น แต่ควรหันมาใช้เครื่องมือนี้สร้างวัฒนธรรมเพื่อการแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับคนอื่น ๆ จะดีกว่า เช่น ทำหน้าที่เป็นโทรโข่งเล็ก ๆ กระจายข่าวหรือเรื่องราวดี ๆ ที่สร้างสรรค์" นักวิจัยสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กกล่าว

พร้อมกันนี้ อ.อิทธิพล ยังได้ฝากแง่คิดสั้น ๆ ถึงผู้เล่นเฟสบุ๊กทุกบ้านไว้ว่า คุณพ่อ คุณแม่ รวมถึงคุณลูกไม่ควรหมกมุ่น หรือติดหนึบอยู่กับการโพสต์ หรืออัพโหลดภาพมากเกินไป แต่ควรหากิจกรรมอื่น ๆ ทำด้วยกัน นั่นจะทำให้การเล่นเป็นไปอย่างสนุก และมีความสุข เนื่องจากไม่ต้องไปทุกข์เพราะเรื่องของคนอื่น

ดังนั้น ทุกคนมีสิทธิเลือกที่จะหันด้านสวยงามให้คนอื่นเห็น แต่บางครั้งการได้รับรู้ภาพชีวิตอันน่าอิจฉาจนเกิดความอยากขึ้นในใจก็อาจทำให้เครียด และเป็นทุกข์ได้ ทางที่ดี ลองมองในอีกแง่หนึ่งว่า ทุกคนเกิดมามีทั้งด้านสุข และด้านทุกข์ เพียงแต่ด้านทุกข์มนุษย์เราไม่ค่อยนำมาเปิดเผยให้เห็นก็เท่านั้น