7 ก.พ. 2568 211 0

เสียวหมี่ พบนายกรัฐมนตรีไทยเนื่องในโอกาสเยือนประเทศจีน

เสียวหมี่ พบนายกรัฐมนตรีไทยเนื่องในโอกาสเยือนประเทศจีน

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่าน ผู้บริหารเสียวหมี่ คอร์เปอเรชัน นำโดย Mr. Alain Lam ตำแหน่ง Vice President และ CFO ของเสียวหมี่ กรุ๊ป ให้การต้อนรับและร่วมหารือกับ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของเสียวหมี่ในปัจจุบันและธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน รวมถึงกลยุทธ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและ AIoT ในประเทศจีน ซึ่งการประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เสริมความเข้าใจร่วมกันระหว่างสองฝ่าย แต่ยังทำให้ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาธุรกิจในอนาคต เช่น ผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีและรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย



เกี่ยวกับเสียวหมี่

เสียวหมี่ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2010 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Main Board of the Hong Kong Stock Exchange ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2018 (1810.HK) เสียวหมี่เป็นบริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะที่มีสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อด้วยแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) เป็นแกนหลัก

ด้วยวิสัยทัศน์ “การเป็นมิตรของผู้ใช้งานและบริษัทที่ทันสมัยที่สุดในใจผู้ใช้งานทุกคน” เสียวหมี่จึงมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะพัฒนานวัตกรรม ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม ตลอดจนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะไม่ลดละการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในราคาที่เป็นมิตร เพื่อให้ทุกคนบนโลกนี้สามารถเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้

เสียวหมี่คือหนึ่งในบริษัทสมาร์ทโฟนชั้นนำของโลก ในเดือนกันยายน 2567 ยอดผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 685.8 ล้านราย นอกจากนี้เสียวหมี่ยังเป็นผู้นำด้านการก่อตั้งแพลทฟอร์ม AIoT (AI+IoT) ของโลกโดยมีสินค้าอัจฉริยะเชื่อมต่อกับแพลทฟอร์มกว่า 861.4 ล้านเครื่อง ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 โดยยังไม่รวมสมาร์ทโฟน แล็ปท็อปและแท็บเล็ต ในเดือนตุลาคม 2566 เสียวหมี่ได้อัปเกรดกลยุทธ์เป็นระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” ที่ผสานเอาอุปกรณ์ส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮม และรถยนต์เข้าไว้ด้วยกันไว้อย่างลงตัว เสียวหมี่ให้ความสำคัญกับมนุษย์อยู่เสมอ และมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมและดียิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ของเสียวหมี่มีวางจำหน่ายกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก และในเดือนสิงหาคม 2567 เสียวหมี่ยังติดอันดับใน Fortune Global 500 นับเป็นการติดอันดับเป็นปีที่หกติดต่อกัน

เสียวหมี่เป็นส่วนหนึ่งของ Hang Seng Index, Hang Seng China Enterprises Index, Hang Seng TECH Index และ Hang Seng China 50 Index.

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเสียวหมี่ สามารถเข้าชมได้ที่ https://www.mi.com/global/discover/newsroom