บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร เปิดตัวโครงการ "จุดไฟปรุงฝัน ปีที่ 2" ต่อยอดจากความสำเร็จครั้งที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการ เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการรายเล็กในธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ ให้สามารถเติบโตและปรับตัวในยุคโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ พร้อมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน
ธวัช ธีระนุสรณ์กิจ รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ สัญชาติไทย กล่าวว่า “KCG มุ่งมั่นสร้างธุรกิจที่เติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบอย่างรอบด้าน โดยเรายึดมั่นในแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ ESG (Environment, Social, Governance) โดยเฉพาะในมิติสังคมที่มุ่งมั่นในการสร้างความมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการเติบโตไปด้วยกัน ผ่านการให้ความรู้และพัฒนาศักยภาพของผู้คนในสังคมด้วยความเชี่ยวชาญของบริษัท ให้สามารถต่อยอดและเพิ่มโอกาสในการสร้างงานสู่ชุมชนและสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน ความมุ่งมั่นนี้สะท้อนผ่านการได้รับ ผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ปี 2567 ระดับ A จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย”
ธวัช กล่าวว่า “จากการที่ KCG คร่ำหวอดอยู่ในตลาดผลิตภัณฑ์อาหารมาเกือบ 70 ปี ทำให้เรามองเห็นว่า ตลาดเบเกอรี่และอาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ นม เนย ชีส และเบเกอรี่ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ KCG ผลประกอบการไตรมาส 3/2567 ของบริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ โดยมียอดขายรวม 1,752.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% และมีกำไรสุทธิ 76.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.7% บวกกับเทรนด์อาชีพเชฟและธุรกิจอาหารเป็นอาชีพในฝันของคนรุ่นใหม่ การเติบโตนี้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กที่ต้องการเข้าสู่ธุรกิจอาหารสมัยใหม่ ดังนั้น โครงการ “จุดไฟปรุงฝัน” จึงเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจจาก KCG ที่ต้องการพัฒนาทักษะและความสามารถในการแข่งขันเพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารรายเล็กสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน”
“จุดไฟปรุงฝัน ปีที่ 2” เวิร์กชอปเข้มข้นจากการร่วมมือ กับ กรุงเทพมหานคร ติดอาวุธเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบการรายเล็ก เพื่อสร้างความสำเร็จในธุรกิจอาหาร ครอบคลุม 3 มิติ
อาหาร เสริมทักษะการสร้างสรรค์เมนูระดับมืออาชีพจากเซเลบริตี้เชฟของ
KCG
ธุรกิจ เรียนการสร้างแบรนด์ และการใช้กลยุทธ์ทางการตลาด
โดย
การเงิน เสริมความแข็งแกร่งให้กับพื้นฐานการเงินเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจที่แข็งแกร่ง
โดย
รายละเอียดโครงการ “จุดไฟปรุงฝัน ปี 2”
ระยะเวลาโครงการ : 28 กุมภาพันธ์ 2568 -
5 เมษายน 2568
สิ่งที่ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับ :
1. เทคนิคการประกอบอาหาร
เพื่อต่อยอดให้สินค้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้นและสร้างสรรค์เมนูประจำร้าน (Signature
Dish)
2. แนวทางการทำการตลาด
และสร้างแบรนด์สำหรับธุรกิจขนาดย่อม
สามารถเพิ่มยอดผู้ติดตามและเติบโตในช่องทางออนไลน์ได้
3.
การวางแผนบริหารการเงิน และกำไรของร้านอาหาร
4.
เครือข่ายผู้ประกอบการร้านอาหาร, ซัพพลายเออร์ในกลุ่มธุรกิจอาหารและเบเกอรี่
“KCG มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคม
ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดเล็กและส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารให้เติบโตอย่างยั่งยืน
โครงการ “จุดไฟปรุงฝัน” จะเดินหน้าต่อไป
เพื่อสร้างโอกาสให้ธุรกิจอาหารรายเล็กได้ก้าวไกลและยืนหยัดในตลาดอย่างมั่นคง เพราะสังคมที่ยั่งยืน เริ่มจากรากฐานที่แข็งแกร่ง”
ธวัชกล่าว
ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมของ KCG ได้ที่ www.kcgcorporation.com/
#KCG
#KCGCorporation #จุดไฟปรุงฝัน #KCGมีดีมากกว่าคุกกี้กล่องแดง
เกี่ยวกับบริษัท
KCG
บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG คือ ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ สัญชาติไทย ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ 2501 โดยคุณวิจัย วิภาวัฒนกุลและน้องชายคือ คุณตง ธีระนุสรณ์กิจ จากเดิมใช้ชื่อว่า “กิมจั๊วพาณิชย์” ซึ่งมีแบรนด์สินค้าที่อยู่คู่ประเทศไทยมานาน อาทิ ‘อิมพีเรียล’ คุกกี้กล่องแดง, ‘อลาวรี่’ แบรนด์ผลิตภัณฑ์เนย และชีส ยอดขายอันดับ 1 ยาวนานถึง 8 ปีซ้อน, ‘ซันควิก’ น้ำผลไม้เข้มข้นจากธรรมชาติ ยอดขายในไทยกว่า 800,000 ขวด ต่อปี
ในช่วงแรกเริ่มดำเนินธุรกิจทางด้านการนำเข้าและเป็นตัวแทนจำหน่าย สินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปจากต่างประเทศ จนมาถึงปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาจนธุรกิจเติบโต กลายเป็นทั้งผู้นำเข้า ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภค ทั้งธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมในกลุ่มสินค้าประเภท เนยและชีส ธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนประกอบอาหารและเบเกอรี รวมถึงธุรกิจผลิตภัณฑ์บิสกิตหรือขนมสําเร็จรูปต่างๆ อาทิ คุกกี้ แยมผลไม้ เยลลี่ สําเร็จรูป มากกว่า 2,000 สินค้าภายใต้บริษัทฯ
และบริษัทได้แปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชนและได้รับการอนุมัติเข้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีเป้าหมาย เป็นองค์กรที่สร้างสรรค์ความรื่นรมย์ให้กับการรับประทานอาหาร ที่ทุกคนทำงานด้วยใจรักในศาสตร์และศิลปะของอาหาร และความเป็นมืออาชีพ